adsense

Tuesday, November 6, 2012

สูตรลับ วิธีการเลือกเสื้อผ้า ให้ขายได้



       วันนี้มีบทความสำหรับการเลือกเสื้อผ้าที่จะนำมาขาย หลายคนที่พึ่งลองเปิดร้านขายเสื้อผ้า หรือ

เปิดมาสักพักแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเสื้อผ้าที่นำมาขายที่เราคิดว่าสวยถูกใจ

ลูกค้าเห็นต้องชอบแน่ๆ แต่กลับเป็นค้างสต๊อกเต็มไปหมดต้องมาขายแบบเซลลดราคาแบบขาดทุนขาด

กำไรกันเลย ทำให้เงินหมุนต้องหมดซะก่อน แถมยังมีเสื้อผ้าค้างสต๊อกอีกมากมาย ปัญหานี้บอกได้เลย

ว่าเป็นปัญหาที่เกือบทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ต้องเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าปลีก หรือ ส่ง

       มาถึงส่วนที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำอีกแนวทางสำหรับคนที่มีทุนน้อยในการลองผิดลองถูก ในความ

เป็นจริงให้จำไว้เสมอว่า สถิติที่ดีคือขุมทรัพย์ ความหมายของคำนี้คงไม่ต้องอธิบายมากก็คงพอจะเข้า

ใจ ใช่แล้วแต่เราจะหาสถิติที่ดีมากจากไหนในเมื่อส่วนใหญ่คนที่มาทำตรงนี้ก็เพื่อจะหารายได้เพิ่มบาง

คนใช้เป็นอาชีพหลัก แต่มีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งเคล็ดลับของคนที่ประสบ

ความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องใช้ทุนมาก ก็หนีไม่พ้นการสร้างสถิติที่ดีมีการคิดวิเคราะห์เหตุและผลโดยไม่ใช้

อารมส์เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง สำหรับแนวทางที่จะแนะนำวันนี้จะเป็นแนวทางที่ไม่ว่าใครนำไปใช้ก็ควร

จะต้องทำให้ยอดขายดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะทุนมากหรือน้อยเรามาเริ่มกันเลยสำหรับทุกข้อที่จะเขียนต่อไปนี้

แม่ค้าควรมองในมุมที่ว่าแต่ละข้อนั้นข้อไหนตรงกับเราแล้วจึงนำไปใช้จะได้ผลสำเร็จที่ดีที่สุด

  •      การมองตลาดที่ตัวเองเปิดร้านอยู่ให้แตกฉาน ความหมายคือเราต้องศึกษาพฤติกรรมในที่นี้มีหลายส่วนที่เราต้องมอง เช่นผู้ซื้อที่มาเดินซื้อสินค้าในตลาดที่เราเปิดร้านอยู่นั้นเค้าเป็นใคร ไม่ใช่ให้ทำความรู้จักนะจ๊ะ แต่หมายถึงมองว่าลูกค้าที่มาเลือกซื้อนั้นมีกำลังซื้อ ช่วงอายุ เพศ จำนวนคนต่อวัน ตรงนี้เชื่อว่าหลายๆคนก็คงมีการสังเกตุเป็นประจำอยู่ แต่ย้อนถามว่าเราได้ใช้ตรงจุดนี้มาปรับปรุงร้านเราหรือไม่ หรือเรายึดติดกับความคิดเราจนไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ยกตัวอย่างแม่ค้าเปิดร้านใกล้มหาวิทยาลัย ต่างจังหวัดซึ่งถ้ามองจากจุดนี้ กำลังซื้อของนักศึกษาเหล่านี้จะต่ำ แต่ความต้องการสูง ความหมายแบบบ้านๆคือ ชอบของถูกแต่อยากมีเยอะๆ ตรงนี้หากเราไปฝืนธรรมชาติโดยการ เน้นด้านใดด้านเดียว เช่นเน้นไปที่ของสวยๆดูดีมีสกุล บางเค้าเราก็จะเห็นลูกค้าของเรามาสนใจสินค้ามากมายแต่ก็ต้องเดินจากไปเพราะราคา ที่เรามองว่าไม่แพงนะจากคุณภาพที่เราเลือกมาและต้นทุนที่มาสูงตามคุณภาพ คุณจะขายได้แต่จะไม่ได้ตามเป้า แต่ในทางกลับกันถ้าเรามองว่า นักศึกษาชอบของสวยแต่ราคาถูกในที่นี้เราสามารถเลือกสินค้าที่จะมาลงให้ได้ในราคาถูก เน้นสวยในแว๊ปแรกที่เราเห็น แม้คุณภาพการเย็บหรือเนื้อผ้าจะไม่ดี เพราะคนเหล่านี้มักมองเสื้อผ้าเป็นแค่แฟชั่นคือเขาไม่ใส่จนสึก บางคนอาจจะแค่ใส่ไปแค่ครั้งสองครั้งก็อายเพื่อนที่จะทักว่าใส่เสื้อผ้าซ้ำนี้คือตัวอย่างของเครสที่เรายกมาให้คุณมอง ทีนี้คุณลองทำการบ้านดูว่าตลาดของคุณใครกันที่เดิน ใครกันที่เป็นนักช๊อปประจำตลาด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แนะนำบนพื้นฐานของการเน้นขายง่ายกำไรอาจจะมากน้อยตามเราปรับให้ขายได้พอดีๆ และเครสนักศึกษามองไปได้ถึงผู้หญิงส่วนมากซะด้วย
  •     รู้เขารู้เรา  ความหมายในที่นี้จะต่อเนื่องจากด้านบน เราจะเน้นไปการเก็บพฤติกรรมผู้บริโภคเพิ่มเติม เช่นตัวอย่างนักศึกษา เราควรรู้ว่าช่วงไหนของเดือนจะมีการจับจ่ายเยอะ บางช่วงคนเดินเยอะแต่ไม่มีกำลังซื้อ บางช่วงคนเดินปานกลางแต่กลับพร้อมจะจ่ายหนัก ยกตัวอย่างเช่นช่วงเงินเดือนออกของคนทำงาน บ้างออกเป็นวีก บ้างออกปลายเดือน ป้างออกต้นเดือน ตรงนี้ก็จะรวมไปถึงนักศึกษาด้วยเพราะส่วนใหญ่จะได้เงินเป็นรายเดือน ช่วงมีงานต่างๆ วาเลนไทร์ ฤดูท่องเที่ยว บายเนี่ย รับปริญญา ถ้าเรารู้จุดนี้เราสามารถเลือกที่จะลงทุนได้ถูกช่วงเวลาก็จะได้เปรียบแม่ค้ารายอื่น ช่วงไหนที่เรารู้ว่าจะขายไม่ดีเราก็ควรนำของเก่ามาขายแทนการลงทุนใหม่ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เราจมทุน แล้วปรับเปลี่ยนอะไรไม่ทัน หรืออาจจะเกิดการหลงประเด็น ว่าสินค้าของเราไม่ดี แต่จริงๆแล้วเกิดจากช่วงกำลังการจับจ่ายน้อย
  •    เรียนรู้จากผู้สำเร็จ ในข้อนี้แท้จริงแล้วคือข้อหลักที่อยากนำมาเสนอในบทความนี้เพราะในข้ออื่นๆเชื่อว่าหลายคนพอได้ทำอยู่ประจำอยู่แล้วแต่อาจจะไม่ได้นำมาใช้จริง ตรงนี้แม่ค้าอาจจะเดากันว่าคือการไปลอกร้านอื่นที่เขาขายดี ใช่แล้วแต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด การลอกคนที่ขายดีควรทำแต่ต้องระวังเรื่องความร้าวฉาน แต่หากในตลาดเป็นตลาดใหญ่การลอกจะไม่กระทบมาก แต่ถ้าตลาดเล็กต้องพึงระวัง แต่ที่ผู้เขียนจะมาแนะนำวันนี้หาใช่การลอกในแบบนี้เพราะตรงนี้ใครๆก็พอจะรู้ การลอกแบบนี้เราจะเป็นผู้ตามในตลาดเสมอ แต่ที่แม่ค้าจะแนะนำขอแนะนำในมุมจากผู้ขายส่งถ้าหากแม่ค้าผู้มีประสบการณ์มาสักระยะใหญ่ๆ ที่มีการลองผิดลองถูกมาเยอะ หลายคนจะพบว่าสินค้าในบางร้านที่เราไปเลือกซื้อทั้งๆที่ลายไม่โดนใจเราเลย แต่กลับขายหมด จนกลายมาเป็นขาประจำร้านนั้นไม่ว่าจะออกแบบไหนมาก็ไม่พ้นที่จะต้องมาขอซื้อไปลองขายสักหน่อย ใช่แล้วตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ แต่สถิติ ก็คือ สถิติ มันใช้ได้จริงเพราะผู้ขายส่งที่เก่งๆ ก็คือคนที่ออกแบบแล้วลูกค้านำไปขายได้ ตรงนี้อยู่ที่เซนท์จริงๆ ร้านไหนลูกค้าขายดีก็จะมีขาประจำมารอกันแย่งซื้อเลยทีเดียวซึ่งตรงนี้บอกได้เลยว่าไม่ใช่ใครก็ทำได้ แต่เราจะไม่พูดถึงประเด็นนี้เราจะมาพูดถึงว่าแล้วเราจะหาร้านแบบนี้ได้จากไหนร้านส่งที่ขายได้เนี้ย หลักการไม่ยากร้านส่งพวกนี้จะมีลูกค้าประจำมากเป็นพิเศษแล้วจะมีสินค้าจำนวนจำกัด บางครั้งเราจะไม่เจอร้านนี้ถ้าเราไปสายเพราะของเขาหมด หรืออาจจะเหลือให้เลือกน้อยทำให้เรามองว่าเป็นร้านเล็ก ทางผู้เขียนจะยกตัวอย่างจากร้านในสวนจตุจักร ตลาดขายเสื้อผ้าส่งในคืนวันศุกร์วันเดียวเท่านั้น หากอยากเจอร้านพวกนี้ให้ไปแต่วันคือตั้งแต่ร้านต่างๆยังไม่มาตั้งมาก คุณจะได้พบกับแม่ค้าที่มายืนรอร้านบางร้านเปิดหลายคนๆ ให้จดไว้เลยว่าตรงไหนล๊อคไหน เพราะนั้นแหละคือร้านที่เรากำลังพูดถึง แล้วเราก็เดินให้รอบๆหาร้านแบบนี้ จะมีหลายร้านเลยทีเดียว ก็จดๆไว้ พอถึงเวลาเปิดร้านเราก็เริ่มไล่ดูว่าร้านเหล่านั้นขายสินค้าอะไรตรงกับเราแนวของเรา แนวของลูกค้าเราหรือไม่ แต่อย่าลืมอย่าเอาเราเป็นที่ตั้งสำหรับสูตรนี้ ให้มองสถิติเป็นที่ตั้ง ถ้าขายไม่ดีจริงเขาไม่มารอแย่งกันแต่หัววันหรอก แล้วก็อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือกลับไปลองขายหละ ถึงขั้นตอนการเลือกก็ลอกต่อ คราวนี้ลองสังเกตุจากแม่ค้าที่มาเลือกซื้อ คนส่วนใหญ่เหล่านี้มีประสบการณ์เพราะการได้ร้านประจำแสดงว่าเขาต้องลองผิดลองถูกมาเยอะให้คิดแบบนี้ไว้ก่อน คราวนี้เขาเลือกอะไรเขาวิจารณ์อะไรเราก็ฟังเราก็ดูเป็นแบบอย่าง เชื่อได้เลยว่าวิธีนี้ไม่ผิดหวังและขายได้ดีกว่าเดิมแน่นอน แล้วก็อย่าลืมจดสถิติของเราหละว่าเราขายอะไรแบบไหนได้จากร้านไหน แล้วก็ลองมาปรับดูคราวนี้เราก็ไม่ต้องมั่วสุมอะไรที่มันกว้างเกินไปจะเหลือเพียงแคบๆ ให้เราขุดขุมทรัพย์แล้ว ขอจบแค่นี้ก่อนนะจ๊ะยาวไปแล้วเมื่อยยย แล้วพบกันใหม่ขายได้ขายดีค้าาาา





Wednesday, August 8, 2012

สอนวิธีการซื้อสินค้า เสื้อผ้า ให้ได้ราคาส่ง



   ก่อนอื่นคงต้องกล่าวสวัสดีคร๊าาาาา หายหน้าหายตากันไปนานก็เช่นเดิมงานยุ่งจริงๆธุรกิจเสื้อผ้าเอย ธุรกิจส่วนตัวเอย แฮะๆ ตอนแรกคิดว่าจะทำธุรกิจเสื้อผ้าเป็นรายได้เสริมตอนนี้กลับมีรายได้มากกว่ารายได้หลักซะอีก ดังนั้นสาวๆหนุ่มๆที่กำลังท้อถอยก็พยายามสู้ต่อไปนะคะ ขอให้บล๊อคนี้เป็นกำลังใจให้พี่ๆน้องๆจะ

    ช่วงนี้ก็เข้าหน้าฝนมาสักพักแล้วกำลังจะใกล้หน้าหนาว หากเพื่อนๆที่เป็นแม่ค้าหรือมีประสบการณ์คงพอจะทราบว่าหน้าฝนนี้มันลำบากแค่ไหน ทั้งการขนส่งของ การออกไปเปิดร้าน การออกไปซื้อของต่างๆ รวมถึงที่สำคัญ ลูกค้าหาย!!!!! แต่เราก็มีวิธีมาแนะนำที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสนะคะ เดี๋ยวไว้จะอัพเดจในโพสหน้าละกัน เอาไว้เตรียมรับมือและขยายตลาดในหน้าฝนปีหน้ากัน สำหรับวันนี้เราจะมาสอนมือใหม่ในการไปเดินชอปปิ้งเพื่อให้ได้เสื้อผ้าในราคาส่งกัน ถ้าที่จะนำไปขายและซื้อใส่เล่น

   ทุกวันนี้ตลาดขายส่งเสื้อผ้า ที่หลักๆก็คงจะเป็น แพทตินั่ม ประตูน้ำ โบ้เบ้ และ เจเจตอนกลางคืนวันศุกร์  เกือบทุกที่จะขายทั้งปลีกและส่ง และราคาส่งกับปลีกจะต่างกันราวฟ้ากับเหวในที่นี้ไม่ใช่ว่าเค้าได้อยากได้กำไรเยอะหรอกคะ แต่เพราะหากเค้าขายเสื้อผ้าในราคาปลีกที่ถูกนั้นก็จะเป็นการตัดราคาแม่ค้าที่จะมาซื้อส่งจ้า ซึ่งจริงๆแล้วแม่ค้าขายส่งเหล่านี้ไม่ได้อยากขายปลีกเลยจ้า แต่ถ้าจะซื้อก็ขายนะ ฮ่าๆ
เข้าเรื่องกันเลย ในฐานะที่เคยเป็นทั้งลูกค้าที่เดินไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ทั้งก่อนและหลังจะมาเป็นแม่ค้า ทั้งซื้อใส่เองและซื้อมาขาย ในตอนแรกเริ่มเดิมทีก่อนจะมาเป็นแม่ค้า การไปช๊อปที่แหล่งเหล่านี้ก็คงเดินไปเหมือนสาวๆทั่วๆไปคือไปซื้อ เพราะว่ามันถูกดี จากราคาที่เจอในตอนแรกคือ 3 ตัวส่ง!! คนที่เคยเดินคงจะคุ้นเคยดี แต่เอ๋ราคาไอ 3 ตัวส่งนี้มันราคาจริงเปล่าน้า แล้วถ้าอยากได้ตัวเดียวหละต้องทำยังไง หลายคนก็คงใช้วิธีชวนเพื่อนไปเพื่อแชร์กัน วิธีนี้ก็ไม่เลวเลยสนุกดีได้เลือกกลับเพื่อนๆซะด้วย แต่เพื่อนเจ้ากรรมนี้ซิ๊ดันไม่ได้ชอบเหมือนเราเล๊ยย กว่าจะได้แต่ละชุดต้องคะยั้นคะยอกันผลัดกันชมอยู่นั้นถึงจะยอมซื้อพร้อมๆกัน เคยเป็นแบบนี้กันใช่มั้ยคะ จากประสบการณ์เมื่อมาเป็นแม่ค้าส่งเอง และ แม่ค้าที่เคยซื้อเอง ก็จะมาแนะแนวทางให้คะ สำหรับราคา 3 ตัวส่งนั้นต้องบอกว่า ถ้าเป็นที่แพทนั้นราคาส่งสำหรับคนทั่วไปจะแพงกว่าแม่ค้า แต่ถ้าเป็นที่ เจเจ นั้นราคาจะเท่ากันเลยคะ(ส่วนมากนะคะ) เพราะอะไรเพราะ เจเจ เป็นร้านที่ขายได้แค่อาทิตย์ละวัน คือคืนวันศุกร์ ทำให้ต้องขายให้ได้มากที่สุด และบางครั้งลูกค้าก็คือแม่ค้าจากแพทนั้นเอง ด้วยเหตุนี้เราจึงจะเห็นว่าที่ ตลาดนัดจตุจักร ที่ขายส่งเสื้อผ้าตอนกลางคืนนั้นจะมีราคาที่ต่ำมากสำหรับราคาส่ง แนะนำให้ไปเลือกซื้อกันที่นี้ได้เลยรับรองได้ของดีราคาถูกติดไม้ติดมือกลับบ้านกันแน่นอน  เดี๋ยวมาแนะนำวิธีซื้อของจากแพทให้ได้ราคาต่ำสุดก่อนดีกว่า แม่ค้าแพทเค้าเจอคนเยอะหลากหลาย เค้าจำใครไม่ค่อยได้หรอกคะนอกจากลูกค้าประจำ การแยกแยะระหว่างแม่ค้ากับขาจร ก็ด้วยเจ้ากระเป๋าสำภาระที่เหล่าแม่ค้าใช้ลากในการจับจ่ายเสื้อผ้านำไปขายนั้นเอง ใช่แล้วจ้าวิธีง่ายๆก็หยิบ กระเป๋าเดินทางใบกำลังดีที่บ้านเอาที่มีล้อเลื่อนยิ่งดีติดมาด้วยเวลาเดินแพท แล้วก็เนียนกันไปถามว่าส่งเท่าไหร่คะ ถ้าอยากได้ตัวเดียวก็ลองจีบๆดูว่าขอลองเอาไปขายก่อน นะชอบตัวนี้ตัวเดียว หรือไม่ก็ใช้วิธีว่าจะซื้อไปเปลี่ยนให้ลูกค้า ที่สำคัญอย่าลอง อย่าใส่ใจเหมือนจะไปใส่เองนะคร๊าา อิอิเราไม่ได้โกงน้าาแค่เรารู้วิธีให้ได้ราคาต่ำสุด  ส่วนสำหรับ จตุจักร นั้นราคาต่ำสุดอยู่แล้วคงต่อยาก แต่วิธีซื้อตัวเดียวก็คล้ายๆกันนะ  ส่วนโบโบ้นี้จะเป็นผ้าโหลซะมากกว่าไม่ใช่แนวแฟชั่นอันนั้นไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่คะ วันนี้ขอแค่นี้ก่อนละกันค้าาา คราวต่อไปจะมาแนะนำ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสสำหรับหน้าฝน ... เจอกันใหม่คะลำรวยขายดี

Tuesday, February 7, 2012

แหล่งซื้อเสื้อผ้า ขายส่ง ราคาส่ง หรือ ขายปลีก แต่ได้ในราคาส่ง ทำยังไงน้าาา



สวัสดีจ้าาา กลับมาอัพเดจอีกครั้งแล้วตามคำสัญญา

สำหรับวันนี้จะมาอัพเดจเกี่ยวกับเรื่องสถานที่เลือกซื้อเสื้อผ้า ราคาส่ง ที่เหล่าแม่ค้านิยมไปเลือกซื้อกัน

ที่จะกล่าวถึงขอเป็นสัก 4 ที่ใหญ่ๆ

- แพลตตินัม ที่ประตูน้ำ สำหรับที่นี่สาวๆคงจะรู้จักและคุ้นเคยกันดีแต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้วิธีซื้อในราคาแม่ค้าจริงๆ เดี๋ยวจะมาสอนกันถึงวิธีซื้อให้ได้ราคาแม่ค้า

- ตลาดกลางคืนวันศุกร์ เจเจ (จตุจักร) สำหรับที่นี้นั้นหลายคนคงคิดว่ามีแต่กลางวัน แต่หลายคนก็ทราบอยู่แล้วเพราะเคยออกทีวีกันด้วยสำหรับคืนวันศกร์ไปถึงเกือบสว่างวันเสาร์ สำหรับที่นี้นั้นจะเน้นขายส่งปลีกมีบ้างราคาต่อลงยากแล้วเพราะเป้าหมายหลักคือการขายส่ง

- โบ้เบ้  ชื่อนี้คงเคยได้ยินตั้งแต่จำความได้ แต่สำหรับตลาดนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อผ้าโหลหมายถึงผ้าที่ขายแบบเยอะๆเช่นกางเกง JJ ที่เน้นปริมาณที่นี้ให้คุณได้แถมราคาย่อมเยาอีกด้วย

- ตลาดโรงเกลือ สำหรับที่นี้นั้นจริงๆแล้วมีหลายอย่างให้เลือกทั้งมือหนึ่งมือสอง เสื้อผ้าเด็กยันผู้ใหญ่ รองเท้า มือหนึ่งมือสอง มีหมดราคาถูกด้วย แต่ตาดีได้ตาร้ายเสีย แต่รับรองเอาสินค้าที่นี้ไปถ้าเลือกดีเลือกเก่งยังไงก็รวยยยย เคยได้คุยกับคุณพี่ที่เขารองเท้าจากโรงเกลือไปขายกำไรคู่ละ80% ได้เดือนๆหนึ่งทำกำไรได้เป็นแสนนะคร๊าาาา

โอเคก็เกริ่นสำหรับ สถานที่หลักๆไปแล้ว เดี๋ยวอัพเดจต่อไปจะมาเจาะลึกวิธีการซื้อของ ให้ได้ในราคาส่ง ของแต่ละที่กัน ติดตามกันได้ในอัพเดจต่อไปนะจ๊ะ

Sunday, January 22, 2012

เรื่องที่ต้องเตรียมตัวและเตรียมใจหากคิดจะ เปิดร้านขายเสื้อผ้า



 กลับมาอัพเดจกันอีกครั้ง ครั้งนี้ทิ้งช่วงไปนานมากกก เหตุเพราะว่าอย่างที่เราหลายคนคงประสบมาเฉกเช่นเดียวกัน ก็คือ หน้าฝนแล้วตามด้วยน้ำท่วมกรุงนั้นเอง  ฤดูที่แม่ค้าเกือบทุกอย่างเกลียดและกลัวที่สุดคือ หน้าฝนนั้นเอง เพราะลูกค้าจะหายไปจนแทบไม่มีเลย แต่!!! ค่าเช่าที่กลับไม่ได้ลดให้เราเลยแม้แต่สตางค์เดียว รวมถึงที่ตัวของเราเจอมาเองก็คือ แม้แต่น้ำท่วมก็ยังไม่เห็นใจพวกเรายังจัดเต็มทุกเม็ดทุกหน่วย ดังนั้นจากเหตุการนี้จะเห็นได้ว่า หนทางบนเส้นทางนี้สิ่งที่ต้องเตรียมตัวและระวัง ก็อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แล้วเราควรจะปรับตัวเช่นไรหละ !! ส่วนตัวเราเองตอนนี้ผลันจากแม้ค้าปลีกมาขายส่ง ก็มีโอกาศได้เห็นและได้ทดลอง ได้ความว่าเราควรต้องวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนเสมอ เช่นหน้าหนาวจะมาเดือนไหนเราต้องเตรียมตัวออกแบบชุดสำหรับหน้าหนาว หน้าฝนเราอาจจะเอาร่มเอาชุดกันฝนมาเตรียมไว้ขายก่อนจะถึง เดือนที่มันตกจริงเพราะต้นทุนจะถูก และของพวกนี้ใช้ได้ทุกปี ของพวกนี้เราควรจะคำนวนว่าถ้าเราขายได้ 20-30% ของจำนวนทั้งหมดต้องกำไร หรือเท่าทุน ที่เหลือก็จะไปเป็นกำไรปีหน้านั้นเอง อาจจะมองว่านานไปรึเปล่าไม่เลยจ้าเพราะ ถ้าเราทำแบบนี้ไปตลอดของต่างๆจะวนตามฤดูกาล เช่นพอหมดหน้าฝนเราก็เอาของหน้าหนาวที่เราเคยเตรียมไว้มาขายวนๆไป เดียวรวยเอง ฮ่าๆ แต่ก็อย่างที่กล่าวหน้าฝนนั้นเราจะเสียลูกค้าไปมาก ฤดูฝนถ้าเราจะขายร่มเราต้องขายเจ้าแรกๆเพราะจะขายดีมากกก ถ้าปล่อยให้นานไปคนก็จะซื้อร่มหมดแล้ว นี้คือข้อดีของของที่เหลือไปปีหน้าเพราะเราไม่ต้องไปหาของเรานำของที่เหลือมาขายได้ทันทีทำให้เราไวต่อตลาดมากกว่าคนอื่น เห็นมั้ยค่ะว่าในบางมุมเราอาจจะลืมคิดไป ถ้าอยากรวยอย่ากลัวต่อ ธรรมชาติ แต่เราต้องปรับตัวและมีแผนการไว้เสมอค่ะ สุดท้ายนี้สัญญาว่าจะเอาเรื่องที่ติดค้างไว้มาอัพเดจให้ฟังนะค่ะเช่น สถานที่ซ์้อเสื้อผ้าราคาถูก  วิธีการเปิดร้านขายส่ง  วิธีการเปิดร้านขายในเน็ต  รับรองถ้ารู้แล้วเตรียมตัว รวยๆๆๆๆๆ ปีใหม่ของให้ทุกคนรวยๆๆนะค่ะ ใครเข้ามาใหม่อย่าลืมกด Like ที่เพจด้วยนะ เพราะต่อไปเราจะส่งข่าวทางนั้นด้วย บายๆๆๆ

Friday, June 24, 2011

มีบทความดีๆสำหรับคนอยากเปิดร้าน มาให้อ่านก่อนจ้า



ต้องขออภัยที่ให้รอนะ ช่วงนี้เวลาน้อยจริงๆทำเสื้อส่งนี้เหนื่อยจริง แต่ก็สนุกดีนะไว้จะมาเล่าให้ฟัง

สำหรับบทความที่จะโพสให้อ่านกันนี้ ได้เจอมานานและเก็บเตรียมไว้มาแบ่งปันกัน เจอมาจากพันทิปนะค่ะ

แต่จำเพจไม่ได้แล้ว > < เอาเป็นว่าเครดิตจากพันทิปนะ เห็นว่าตรงกับเรื่องที่เรากำลังสนใจกัน ยาวสักหน่อยแต่หากมีเวลาควรอ่านไว้นะค่ะ


มาดูกันค่ะ ว่าตลาดนัดเปิดท้าย เขาขายอะไรกันบ้าง (จากประสบการณ์ตรงนะคะ)
ขอแชร์ข้อมูล และประสบการณ์ตรงจากการขายของตลาดนัดเปิดท้ายนะคะ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในห้องนี้บ้างคะ

มาดูกันค่ะ ว่า เปิดท้ายที่เราขายอยู่ เขาขายอะไรกัน มีอะไรน่าสนใจบ้าง เราจะพยายามรวบรวมให้ครบถ้วนที่สุดนะคะ

บางสินค้าถ้าเราทราบแหล่งที่ขายส่ง จะพยายามไม่ลืมที่จะบอกให้นะคะ

ปล.การค้าขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจกระโจนลงมาค่ะ อิอิ

1.ขายเครื่องสำอาง

ร้านเราขอประเดิมเป็นร้านแรกเลยค่ะ เราขายเครื่องสำอางเกาหลีเป็นหลักค่ะ ขายทั้งขนาดทดลอง และไซด์ปกติค่ะ

เราเน้นขายขนาดทดลอง(Tester) เป็นหลักเลยค่ะ ถึงจะได้กำไรต่อชิ้นน้อย แต่มันซื้อง่าย ขายคล่องนะคะ คืน ๆ นึง ทำกำไรให้โดยรวมไม่น้อยเลยค่ะ(กำไรเป็นพันบาทเลยนะจ๊ะ)

เราจะพยายามหาสั่งของให้หลากหลายค่ะ สินค้าพวกนี้ เราจะสั่งจากเกาหลีบางส่วน มันจะมีเวปสั่งของพวกนี้โดยเฉพาะ แต่ว่าสำหรับพ่อค้า แม่ค้ามือใหม่ ไม่จำเป็นต้องสั่งจากเวปเหล่านี้ก้อได้นะคะ เพราะว่า มันต้องสั่งเยอะ ทุนจมแน่ ๆ ค่ะ แล้วปัญหาเยอะ ดีอย่างเดียวคือ ได้ของราคาถูกกว่าช่องทางอื่นค่ะ แต่บางทีรอของนานนนนนนมาก

ส่วนใหญ่ เราจะสั่งสินค้าที่มีขายจากผู้ขายส่งในเมืองไทยค่ะ ซื้อขายกันประจำ ก้อจะได้ราคาส่ง

ร้านเครื่องสำอาง มันจะเตะตา กระชากใจสาวน้อย สาวใหญ่ สาวแท้ สาวเทียมอยู่แล้วค่ะ ขอแค่เราพร้อมจะบริการให้ข้อมูลลูกค้าเยอะ ๆ หน่อย ทำให้เหมือนร้านสะดวกซื้อเลยค่ะ ซื้อถุงเท้า ก้อจะถามว่า จะรับซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ แบบนี้เลยค่ะ ขายได้แน่ ๆ

จากประสบการณ์ คืนหนึ่ง ๆ ขายเฉพาะเทสเตอร์ ซองละ 15-20 บาท เราเคยได้ยอดประมาณ 10,000-13,000 เลยค่ะ ตลาดนัดทั่วไปนี่เลยนะคะ ตั้งร้านแบบธรรมดาด้วย ไม่ได้หรูหราอะไรเลย เห็นมั้ยคะ มันไม่ง่าย แต่ก้อไม่ยากแน่นอนค่ะ

2.ร้านรองเท้ามือสอง(ผู้ใหญ่)

ก่อนจะมามีอาชีพขายของ เคยเดินตลาดนัดต่าง ๆ ยังแปลกใจ และงงมากว่า เค้าไปเอารองเท้าที่ไหนมาขาย บางทีคู่ละ 40.- 3 คู่ 100.- ราคาถูกมาก ถึงมากที่สุด สภาพโดยรวมก้อดีมากด้วยค่ะ(เทียบกับราคา)

แต่พอได้มาคลุกคลี ก้อเลยได้ทราบว่า แหล่งรองเท้ามือสองเหล่านี้ มาจากโรงเกลือเป็นหลักค่ะ แต่อย่างว่านะคะ ต้นทุนของรองเท้าของแต่ละแม่ค้า บางทีจะมีแตกต่างกัน ด้วยเรื่องของความเป็นมืออาชีพค่ะ เพราะที่โรงเกลือ บางทีราคาที่แต่ละคนได้มา มันช่างแตกต่างกันมาก ด้วย จำนวนที่ซื้อ ความสามารถการต่อรอง ระยะเวลาที่ติดต่อซื้อขายกัน ฯลฯ

ร้านรองเท้ามือสองผู้ใหญ่ ก้อเป็นอีกร้านหนึ่ง ที่จะมีสาว ๆ มุงหน้าร้านกันอุ่นหนาฝาคั่งเหมือนกันค่ะ แต่ว่าที่ซื้อจริงจัง เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ แต่เศรษฐกิจแบบนี้ ขอแค่มุงก้อยังดีค่ะ ไม่มีร้านไหนอยากเงียบเหงาอยู่อย่างเปล่าเปลี่ยวคนเดียวในร้านแน่ ๆ ไม่ซื้อมามุง มาถามไถ่บ้าง ก้อยังดีจ้า


3.ร้านเสื้อผ้าผู้หญิง

สัดส่วนของร้านเสื้อผ้าผู้หญิง กับตลาดนัดเปิดท้าย เรียกว่าเกินครึ่งแน่ ๆ ค่ะ เพราะแม่ค้า พ่อค้ามือใหม่ บางทีอยากขายของ ไม่รู้จะขายอะไร ก้อนึกถึงเสื้อผ้าไว้ก่อน

เสื้อผ้าที่ขายตามตลาดนัดนั้น เราเห็นว่า จะมีทั้งแบบ ราคาถูกเน้นขายง่าย ๆ กับราคาแพง แต่งานเนี้ยบ เน้นลูกค้าประจำ เน้นคุณภาพ

แหล่งสินค้าส่ง ก้ออย่างที่เรารู้ ๆ กันนะคะ ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ จตุจักร จีน เกาหลี และ ออกแบบเองตัดเองขายเอง

ร้านเสื้อผ้า เป็นร้านที่จะมีลูกค้าแวะเวียนตลอดค่ะ ไม่ต้องกลัวเหงาเลยนะจ๊ะ

4.ร้านเครื่องประดับ ต่างหู สร้อย แหวน กำไร นาฬิกา ฯลฯ

สินค้าตัวนี้ ต้องพยายามจัดสินค้า จัดเรียง ให้ดูดี ดูสวย จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้ด้วยค่ะ ทุกร้าน หลักสำคัญสิ่งหนึ่ง คือการจัดร้านค่ะ แม่ค้าบางคน เค้าจะจัดร้านตลอดนะคะ ขยับโน่น นี่ นั่น ให้ดูแปลกตา

ร้านสินค้าเหล่านี้ ที่เราเห็นในตลาดเดียวกัน เค้ารับสินค้ามาจากสำเพ็งเป็นส่วนใหญ่ สินค้ามีหลายเกรดค่ะ จัดเรียง จัดวางให้ดูดี ก้อน่าซื้อแล้วค่ะ

อย่าลืมติดกระจกซักบาน ไว้ให้ลูกค้าได้สำรวจความสวยด้วยนะคะ

5.ร้านขายซีดี ดีวีดี

ร้านนี้ เราไม่ทราบนะคะ ว่าเค้ารับสินค้าจากไหนมา รู้แต่เพียงว่า ตามจริงน่าจะผิดกฎหมาย เพราะเป็นแผ่นผี แต่ตำรวจแถวนั้นคงไม่ทราบ ถึงเค้าจะเปิดแผ่นกันเสียงดังกระหึ่มตลาดแทบแตก

แต่ขายดีจริง ๆ ค่ะ เพราะมีทั้ง แผ่นหนัง เพลง เกมส์ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย
แต่ขอเตือนไว้ว่า ขายของถูกกฎหมายจะสบายใจกว่ามาก ๆ นะคะ เพราะของพวกนี้ น่าจะมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพราะเวลาขาย เราจะเห็นสมาชิกของร้านพวกนี้ เดินไป เดินมา คอยสังเกตการณ์ในตลาด พวกไม่เยอะ ขาไม่ใหญ่ ใจไม่ถึง ขายอย่างอื่นดีกว่าจ้า ..... ปล่อยผ่านไปเนอะ

6.ชุดชั้นในสาวน้อย

ที่เรียกว่าสาวน้อย เพราะว่า เราเห็นทรงแล้ว คงใช้ 5 ตัวเย็บรวม เราถึงจะใส่ได้ เน้นแบบน่ารัก ๆ เซ็กซี่ ๆ

เน้นขายให้กับสาวน้อย ทรงปกติค่ะ สาว ๆ สนใจกันเยอะนะคะ อย่าคิดว่าใส่ข้างใน จะไม่มีคนสนใจนะคะ เด๋วนี้สาว ๆ รักสวยรักงามเยอะมาก แม้จะอยู่ข้างใน แต่ก้อต้องเข้าชุด หมดยุคแล้ว ที่เสื้อชั้นในสีน้ำตาล กางเกงชั้นในลายพราง เชอะ!!!!

เด๋วนี้ ต้องเข้าชุด แถม เส้นสาย ข้างหน้า ข้างหลัง พางงไปหมดว่า มันจะปิดอะไรได้มั่ง ยิ่งแทบจะไม่ต้องปิดอะไรได้เลย จะยิ่งขายดีค่ะ(แม่ค้าเค้าบอกจ้า 555.)

แหล่งขายส่งน่าจะใกล้เคียงเสื้อผ้านะคะ และเคยเห็นที่โรงเกลือก้อมีค่ะ

อ้อ... ได้ทราบข่าวใหม่มาว่า ตอนนี้มีขายชุดชั้นในมือสองด้วยนะคะ เห็นว่า ขายดีอย่างมากในตลาดตามต่างจังหวัดค่ะ พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ ออกป้ายแดงได้หลายคนแล้ว เรายังอึ้งว่า มันขายได้ด้วยเหรอ ชุดชั้นในมือสอง.....

7.ร้านรองเท้าผู้หญิง ของใหม่ค่ะ

เน้นมีแบบให้เลือกเยอะ ๆ หลายสี หลายแบบ
ร้านนี้ เราเห็นแต่ไม่ทราบรายละเอียดค่ะ เป็นอย่างที่คิดค่ะว่า สาว ๆ จะแวะเวียนเข้ามาลอง มาสวม ไม่เหงาอีกเช่นกัน

8.ร้านเสื้อผ้าเด็ก ของใหม่
แหล่งสินค้าราคาส่ง น่าจะเป็นแหล่งเดียวกับเสื้อผ้าผู้ใหญ่ค่ะ แต่เดี๋ยวนี้จะมีแบบแนวญี่ปุ่น เกาหลี มาด้วย

9.ร้านเสื้อผ้าเด็ก มือสอง
ร้านนี้ เรียกลูกค้าได้ดีเลยค่ะ เพราะสินค้าจะมีเยอะมาก มีหลากหลาย เนื่องจากเป็นของมากจากกระสอบ รับจากโรงเกลือเป็นส่วนใหญ่ สินค้าเลยมีหลายแบบ หลายสไตล์ ลูกค้าต้องใช้เวลาเลือกนานหน่อย เพราะแทบจะไม่มีแบบซ้ำกันเลย ขนาดก้อไม่มีให้เลือกนะคะ บางทีถูกใจแบบ แต่ขนาดไม่ได้ บางทีขนาดได้ แต่ไม่ถูกใจแบบ สารพัดค่ะ แต่สำหรับคนมีลูก ที่นิยมของมือสอง เราเห็นเค้าจะเฟ้นหากันทีละตัวเลยทีเดียว บางทีโชคดี ได้ของยี่ห้อดัง สภาพดี ก้อโชคดีไปค่ะ

10.ร้านขายกางเกงขายาว
เราเห็นจะมีทั้งกางเกงยีนส์ กางเกงผ้า ใช้หุ่นโชว์สวย ๆ เพื่อนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจ

11.กางเกงบ๊อกเซอร์
เราเห็นเป็นร้านใหญ่เลยค่ะ แต่แปลกที่มีผู้หญิงเข้าไปเลือกซื้อกันเยอะเหมือนกันนะคะ
เห็นมีทั้งของใหม่ และของมือสองเลยค่ะ

12.กระเป๋าสะพาย
จะแยกกันนะคะ ระหว่าง ร้านกระเป๋าใหม่ กับกระเป๋ามือสอง แหล่งขายส่งน่าจะมีโรงเกลือเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ โรงเกลือเป็นแหล่งกระเป๋ามือสองที่ยังเป็นขุมทรัพย์อยู่เหมือนกันนะคะ ถ้าเลือกของเป็น รู้จักของเยอะ ตาดีผสมโชคดี หลายคนก้อได้กระเป๋ายี่ห้อดัง ๆ ในราคาถูกมาแล้วนะคะ

13.ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าม่าน
เคยมาตั้งร้าน ใกล้ร้านเรา ยังแอบสงสาร กลัวเค้าจะขายไม่ได้ ที่ไหนได้คะ ขายดีมาก คนขายพูดเก่งมาก ติดตลก ทำให้ลูกค้ากล้าเลือก กล้าซื้อ เคยถาม ๆ เค้าบอกว่า ผ้าปูเค้าไปจ้างชาวบ้านในภาคอีสานตัดเย็บ เลยได้ต้นทุนถูกค่ะ แต่เราไม่ทราบข้อเท็จจริงนะคะ

14.ร้านขายหมวก
หมวกค่ะ หมวกทั้งร้าน ก้อขายได้แล้ว มีหลายสไตล์ หลายแบบ ตลาดที่เราขายอยู่ จะเป็นหมวกมือสอง จากโรงเกลืออีกแล้วค่ะ มีทั้งของเด็ก ของผู้ใหญ่ เค้าจัดร้านดูดี เคยคิดว่า หมวกอย่างเดียว จะขายได้เหรอ แต่ว่า ขายได้จริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวนี้คนนิยมซื้อกันเยอะนะคะ

15.เสื้อผู้ชาย สไตล์เชิ้ต
แต่ลูกค้าจะเป็นผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่อีกแล้วค่ะ น่าจะซื้อฝากคุณแฟน หรือคุณสามีมากกว่า ถามให้แล้วค่ะ เป็นเสื้อมือสอง รับจากโรงเกลือ ตัวละ10-50 บาท มาขายประมาณซัก 100-250 กำไรเยอะดีค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่ เสื้อผ้าก้อต้องบวกกำไรเยอะหน่อย(มั้งคะ)

16.น้ำหอมซีซี
เป็นอีกร้านที่เหมาะกับพ่อค้า แม่ค้า พูดเก่ง ๆ นำเสนอสินค้าคล่อง ๆ และต้องความจำดีค่ะ เพราะกลิ่นน้ำหอมเยอะมาก บางทีลูกค้ามาบอกลักษณะ ไม่ได้บอกชื่อกลิ่น ไม่ทราบยี่ห้อ เหนื่อยแทนอยู่นะคะ เช่น อยากได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ แต่เปรี้ยวอมหวาน เดินผ่านแล้วกลิ่นตราตรึง กลิ่นติดไปถึงตอนเข้านอน หอมอ่อนคล้ายแป้งเด็ก ฯลฯ คาดเดากันไปเลยค่ะ

แหล่งขายส่งน่าจะมีหลายที่ค่ะ ขวดน้ำหอมที่เอามาใส่ ก้อมีส่วนสำคัญนะคะ เพราะเราเห็นร้านนึง เค้ามีขวดให้เลือกเยอะมาก ๆ ถือเป็นตัวเรียกลูกค้าได้ด้วยค่ะ

17.ของ 20 บาททุกอย่าง
เป็นร้านเดียวที่เราคิดว่า ต้องขายดีมาก เพราะเราเองชอบซื้อ และเคยคิดอยากขาย แต่เผอิญโชคร้ายมาก ตลาดที่เราขายอยู่ มีร้านนี้มาขายได้ไม่ถึง 2 เดือน ก้อต้องเลิกค่ะ เพราะขายไม่ดี ไม่รู้ทำไม น่าจะเพราะของมีน้อยมั้งคะ เพราะตั้งล็อก กว้างประมาณ 2 เมตร คงวางของได้ไม่มาก และร้านทีมาขาย เหมือนเป็นพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ เค้าลงของน้อย เลยไม่ค่อยดึงดูดค่ะ

แหล่งขายส่ง เคยเห็นแถวซีคอนฯ และแถวบางใหญ่ ค่ะ ราคาทุนคละ ๆ กันไป สูงสุดประมาณ 16 บาท แต่ร้านอื่น ที่เราเคยเห็น เค้าขายดีมาก ถึงมากที่สุดเลยนะคะ ว่าแล้วก้อยังสงสารร้านนั้นอยู่เหมือนกัน มาได้แป๊บเดียวก้อขาดทุนเลิกไปซะแล้ว

ถ้าใครคิดจะขายของประเภทนี้ วางแผนดี ๆ นะคะ

18.เครื่องสำอาง/น้ำหอม(ปลอม)
อย่าว่ากันนะคะ ไม่ได้จะโจมตี แต่มันมีสินค้าประเภทนี้จริง ๆ ค่ะ แล้วก้อขายได้ดีด้วยค่ะ เพราะลูกค้าบางกลุ่ม อยากใช้ และพอใจกับราคา สินค้าทำได้เหมือนมาก ถึงมากที่สุด จนร้านเรากลายเป็นขายของแพงไปเลย เพราะที่ร้านขายของแท้แน่นอนค่ะ

20.ของกิ๊ฟช็อป
ขายดีแน่ ๆ ค่ะ แต่ไม่ทราบเรื่องกำไรมากน้อยอย่างไร ขายตั้งแต่ หนังยางรัดผม โบว์ กิ๊ฟ หวี กระจก ที่ตัดเล็บ กรรไกร แหนบ ฯลฯ แหล่งขายส่งก้อแน่นอน สำเพ็ง ชัวร์!

21.ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง

ร้านนี้จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก ๆ ค่ะ ลูกค้าแน่นร้านตลอด และที่แปลกคือ ยิ่งถ้าร้านไหน กอง ๆ ขยุ้ม ๆ เสื้อผ้าเนี่ย ยิ่งโดนรุมกระหน่ำกันเลยทีเดียวค่ะ เราเคยเอาเสื้อผ้ามือสองไปกองขาย(ไม่แพงนะคะ) โดยหยุดขายเครื่องสำอาง ก้อขายดีมาก ๆ ค่ะ แทบหมดกองทีเดียว

แต่ถ้าเป็นร้านมืออาชีพ เค้าก้อจะแขวนเรียงกันเป็นตับเลย เน้นขายราคาเดียวกัน เช่น 59 69 99 ประมาณนี้ค่ะ ลูกค้านี่แน่นร้านแน่ ๆ แต่แอบเห็นไม้แขวนเสื้อเปล่า ที่เค้าเก็บแยก เวลาขายเสื้อผ้าได้แล้ว เพียบค่ะ.... อิอิ

เสื้อผ้าพวกนี้ หลัก ๆ ก้อมาจากโรงเกลืออีกเช่นกัน จะยกกระสอบมา หรือจะไปเลือก น้ำหนึ่ง น้ำสอง น้ำสาม ก้อตามแต่ค่ะ แต่โรงเกลือ ยังงัยก้อต้องเขี้ยว ๆ เชี่ยวชาญ ต่อกระจายเช่นกันค่ะ

ปัจจุบัน มีพ่อค้า แม่ค้า จะรับเสื้อผ้ากระสอบจากญี่ปุ่น มาขายออนไลน์ก้อมีนะคะ ยกกระสอบเลย เปิดให้คัดต่างหากด้วย ลองคำนวณดูนะคะ ว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน


ของใช้ส่วนใหญ่ที่เราเห็น ก้อจะประมาณนี้ค่ะ ขายซ้ำ ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ อยู่ที่ว่าร้านใครจะขายดี ขายไม่ดี

ร้านเครื่องดื่ม
ขายดีแน่ ๆ ค่ะ แต่ไม่ทราบว่า หักลบแล้ว กำไรเป็นอย่างไร เขาจะขายทั้ง น้ำอัดลม เบียร์ ชา กาแฟ สำเร็จ และขายน้ำแนว ลำไย ส้ม มะนาว มะพร้าว ตะไคร้ กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย มะตูม ฯลฯ สารพัดค่ะ ราคาขายเริ่มที่ 5 บาทค่ะ เห็นเขาจะขนใส่แกลลอนมา แล้วมาเติมใส่โหลแก้วใส ๆ ตลาดนึง มีหลายเจ้าเลยค่ะ

ร้านขนมหวาน
พวกขนมไทย ๆ ค่ะ ข้าวเหนียวถั่วดำ สาคู บัวลอย ถั่วเขียวต้มน้ำตาล กล้วยเชื่อม ฯลฯ เยอะมากค่ะ

สลัดต่าง ๆ
เน้นมีผัก ผลไม้หลากสีหน่อย น้ำสลัดหลายสูตร เพราะลูกค้าเน้นสุขภาพกันเยอะขึ้นค่ะ ที่เราเห็น แม่ค้าจะจัดของใส่ถุงไว้แล้ว แต่เราเคยแอบคิดว่า ถ้าเป็นเรา เราอยากขายแบบที่ให้ลูกค้าได้เลือกเอง เหมือนในห้าง แต่ต้องมีวัตถุดิบเยอะมาก ๆ เพราะเมื่อก่อนเคยเห็นที่อนุสาวรีย์ เขาจัดร้านเป็นเหมือนที่นั่งเชียร์กีฬาค่ะ เป็นขั้น ๆ แล้ววางโถแก้วใส่พวกผัก ผลไม้ ให้ลูกค้าเลือกชี้ แล้วเค้าตักให้ โห ลูกค้าเยอะมากกกกกกก แต่กรณีนี้ คงต้องมีคนขายมากกว่า 1 คนนะคะ (เผื่อขายดี) เพราะมันยุ่งยากซักหน่อย คงต้องเลือกเอานะคะ ว่าจะขายแบบไหนดี

น้ำเต้าหู้
ตอนกลางคืนนี่แหละค่ะ ตักกันมือเป็นระวิงเลย ขายปาท่องโก๋ด้วยนะคะ เต้าฮวย บัวลอยน้ำขิง เห็นควันลอยมา น่าซื้อกินแน่ ๆ ค่ะ

น้ำพริก(ตำสด)
แบบที่ย่างพริก ย่างปลาไปด้วย แล้วตำทีละออเดอร์เลยค่ะ มีผักมัดเป็นกำเล็ก ๆ ไว้ให้ลูกค้าเลือกด้วย จะเผ็ดมาก เผ็ดน้อย จัดไปเลยค่ะ

ยำแซ่บต่าง ๆ
ร้านนี้จะเป็นอีกร้านที่ขายดีมาก ๆ แต่ไม่ทราบผลกำไรเช่นกันค่ะ เน้นมีของเยอะ ๆ ปรุงน้ำยำไว้แล้ว ลวกผัก ลวกเนื้อสัตว์ แล้วปรุงโล้ดดดดดด

ลูกชิ้น-ไส้กรอก ของทอดต่าง ๆ

ปลาหมึกย่าง กุ้งย่าง (ร้านนี้เราซื้อตลอด) ทำน้ำจิ้มแล้ววางโชว์หน่อย เราว่าเรียกน้ำลายดีค่ะ

ส้มตำ อาหารอีสาน ร้านแบบนี้ มีมากกว่า 10 ร้านเลยค่ะ

แกงส้ม-ต้มยำ

ขนมปังต่าง ๆ

กับข้าวสำเร็จ

น้ำผัก ผลไม้ คั้นสด

หัวกุ้ง ตัวกุ้งย่าง กองเป็นภูเขาเลยค่ะ

อาหารเส้นต่าง ๆ ผัด ขายห่อละ 10 บาท

หมูทอด เนื้อทอด พร้อมข้าวเหนียว

ฯลฯ สารพัดค่ะ

การที่เราจะขายอะไร คิดว่า เราควรจะมีความรู้ในตัวสินค้าเราดี ๆ เพื่อนำเสนอให้ลูกค้าได้ถูกต้อง เหมาะสม และที่สำคัญ ควรนำเสนอ อย่างพอดีค่ะ เน้นความจริงใจเป็นสำคัญ วันนี้เค้ายังไม่ตัดสินใจ วันหน้า เค้าอาจจะย้อนกลับมาหาเราได้ เพราะฉะนั้นควรนึกไว้เสมอว่า ลูกค้าคือคนสำคัญ ถ้าคิดว่าลูกค้าคือพระเจ้า แล้วเราดูต่ำต้อย ก้อขอให้นึกว่า ลูกค้าคือคนสำคัญของเรา เพราะฉะนั้น เราควรปฎิบัติต่อคนสำคัญของเราให้ดีที่สุด มีสติ ควบคุมอารมณ์ เพราะเวลาขายของ เราต้องเจอะเจอคนมากมาย หลายประเภทค่ะ ต้องทำใจเผื่อไว้บ้าง

ไม่ได้ขอให้ยอมจนตัวตายนะคะ ถ้าถึงคราวต้องชัดเจน ก้อจำเป็น แต่พื้นฐานการค้าขาย ขอให้เราเป็นคนจิตใจดี มีมนุษยสัมพันธ์ มีข้อมูลสินค้าชัดเจน ไม่โกหก หลอกลวง ไม่บรรยายสรรพคุณเกินจริง หาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าเสมอ ๆ คือไม่ย่ำอยู่กับที่

Saturday, May 7, 2011

เตรียมตัวพบกับบทต่อไปเร็วๆนี้จ้า



    ต้องขออภัยที่ให้รอนานเนื่องจาก ช่วงนี้งานเข้ามากมาย ทั้งต้องทำเสื้อเป็นพันตัว และมีโปรเจคขายบนเว็บอีก แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะหลายคนคงรอจนเบื่อแล้วต้องขออภัยจริงๆ T-T

ยังไงบทต่อไปจะมาเล่าถึงแหล่งเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ควรพลาดที่จะไป และวิธีการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสถานที่ขายนั้นๆ ต่อด้วยวิธีการสำรวจตลาดภายใต้กฏที่ว่าสถิติไม่เคยหลอกใคร

Monday, March 21, 2011

ต้นทุนสำหรับการเริ่มเปิดร้านครั้งแรกควรเท่าไหร่ดีน้าา?



   สำหรับหัวข้อนี้เกือบทุกคนคงต้องคิดและสงสัยเป็นอันดับแรกๆ สำหรับวันนี้เราจะเล่าประสบการณ์เปิดร้านเสื้อผ้าครั้งแรกแล้วกัน แล้วเพื่อนๆก็ลองเอาไปบวกลบคูณหารกันดู

   ต้องออกตัวก่อนเราเริ่มเปิดร้านเราไม่ได้เริ่มจากการคิดไปเอง หรือนึกขึ้นมาเองทุกขั้นทุกตอนเราทำการบ้านมาทั้งหมด การบ้านแรกเลยที่เราต้องหาให้ได้คือที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ แต่ละคนก็คงต้องหาวิธีกันดูของเราอาศัยถามคนรู้จักว่ามีใครขายเสื้อผ้าบ้างมั้ยมีญาติมั้ย จนที่สุดก็ได้เจอผู้ที่คอยแนะนำเราเป็นเพื่อนสมัยเด็กของแฟนเรา ประสบการณ์ขายคือตั้งแต่เรียนจบ จนทำเป็นอาชีพหลักคนนี้เราถือให้เป็นครูคนแรกเรื่องการขายปลีก ในหัวข้อหลังๆจะได้เจอครูอีกคนที่สอนเปิดร้านขายส่ง ข้อควรจำสำคัญ "จะทำตามฝันอย่าอาย" เราเริ่มติดต่อเพื่อนแฟนเราคนนี้ ก่อนจะคุยก็ต้องลองให้แฟนลองเชคก่อนว่าเขาดูมีท่าทีจะยินยอมมั้ย สรุปสบายชวนมาทำซะอีก เราเลยจัดแจงเก็บรายละเอียดสำคัญๆเกือบหมดเรื่องรายละเอียดก็คือสิ่งที่เราจะเล่า ในบทต่อๆไปทุกบทนั้นแหละ ทุบหม้อข้าวกันเลยทีเดียว เข้าเรื่องดีกว่า เรื่องต้นทุนก็เป็นอีกหัวข้อที่เราเปิดประเด็นถามตรงๆ ก็ได้ความมาว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ไม่ได้ตกที่ราคาเสื้อผ้า แต่ไปตกที่ค่าเช่าที่ ? เอ๋ทำไมเป็นอย่างงั้นพอฟังๆไปก็ไม่แปลกใจเลย เพราะค่าเช่าที่เพื่อนเรา ราคา 15000 ต่อเดือน *0* Shock กันเลยทีเดียวเรากลับมาคิดถ้าจะได้ 15000 ต่อเดือนเท่าเงินเดือนต้องขายกำไรให้ได้ 30000 โอ้วจะไหวหรอ >< แต่เอ๊ะทำไมเพื่อนเรา(ขอเรียกว่าเพื่อนเลยละกันเพราะตอนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งเลย) มันถึงขายได้อยู่ได้แสดงว่าต้องมีอะไรดี จากบทที่แล้วเรื่องเกี่ยวกับการเลือกที่สรุปเราก็ตกลงจะเอาที่นะหละวะที่เดียวกับเพื่อนเพราะมันก็ชวนมาอยู่มีห้องหนึ่งว่างพอดีอยู่ตรงข้ามกับร้านมันเลยทีเดียวดีๆจะได้ช่วยกันเสื้อผ้าคนละแนวอยู่แล้วไม่แย่งลูกค้ากัน

     ก็มาถึงขั้นตอนที่ต้องมาคำนวนเรื่องค่าที่ สำหรับที่ๆ เราเลือกเป็นร้านที่สามารถวางเสื้อผ้าไว้ได้เลยแค่มาเปิดร้าน ร้านตรงนี้จะขายได้ตั้งแต่สี่โมงถึงเที่ยงคืนแต่คนจะหายตั้งแต่สี่ทุ่มสำหรับเรามีเวลาแค่สามชั่วโมงแต่แฟนจะมาช่วยเปิดได้ตอนเย็น โอเค ก็ตกลงไปคุยค่าที่ แม่เจ้า ล่วงหน้าสองเดือนรวมของเดือนแรกเป็นสามเดือน เฉพาะค่าที่เริ่มแรก 45000 เพลียเลยทีเดียวแต่ทำไงได้มันต้องลองหละวะก็หาวิธีหาเงินมาโดยหารกับแฟนบ้างขอยืมแม่บ้างน้องบ้าง จนได้มาตรงนี้แต่ละคนคงไม่เหมือนกันบางคนหาไหวบางคนหาไม่ไหวก็หาทำเลใหม่ คือราคานี้ถ้าเพื่อนเรามันไม่การันตรีเราก็ไม่กล้าหนะบอกตรงๆครั้งแรกมันต้องลองผิดลองถูกจริงๆควรจะเริ่มจากเล็กๆก่อนจะดีที่สุดพอมั่นใจกับแนวทางแล้วค่อยลุยตลาดใหญ่ อะมาถึงการเลือกเสื้อผ้าละ เราหมดค่าเสื้อผ้า ล๊อคแรกประมาณ 10000 ถือว่าเยอะเพราะตอนนั้นเราคิดว่ามีเสื้อผ้าเยอะๆจะดึงดูดลูกค้าดีที่สุด ก่อนจะไปเลือกซื้อ(เรื่องของแหล่งที่เราเลือก จะบอกในหัวข้อต่อๆไป จะได้ไม่มั่ว) ก็มาขอคำแนะนำกับเพื่อนคนเดิมว่าควรเลือกอย่างไร เพื่อนเราก็ช่วยคิดสรุปก็ให้เลือกตามแบบที่เราชอบก่อน เวลาขายได้มั่นใจในการเชียร์ แต่มันก็ย้ำนะว่าอย่ายึดตัวเองเป็นหลักจนเกินไปเพราะคนคิดแบบเรามีก็จริงแต่ไม่ใช่ทุกคน เราเลยจัดการเลือกมาหลายๆแบบ แต่ทุกแบบก็เป็นแนวที่เราชอบสีที่เราชอบหลากหลายราคา อ้อเกือบลืมพูดถึงราคาเดี๋ยวจะมีสอนการเลือกสินค้าให้เข้ากับตลาดที่เราขายด้วยบทต่อๆไปหากเราลืมก็เตือนๆก็ได้ไม่ว่ากัน ^ ^ สรุปเราก็ได้เสื้อผ้ามาได้ หลายสิบตัว เรียกได้ว่าเต็มร้านไม่พอแขวนเลยทีเดียว

สรุปค่าใช้จ่ายก้อนแรกของเรา
ค่าที่ ล่วงหน้า 3 เดือนรวมเดือนแรก 45000 (เดือนละ 15000)
ค่าเสื้อผ้า 10000 โดยประมาณ
ค่าตกแต่งร้าน 2000 โดยประมาณ
ค่ารถค่าน้ำมันไปรับเสื้อผ้า 3000 โดยประมาณ (วิ่งหลายรอบมากหลายที่หนะ)
อย่าลืม จดทุกอย่างหละ ^ ^
ขอจบบทนี้ก่อนละกันง่วงละ
ปล. เริ่มหมดแรงเขียน แต่ไม่มีคนมาเม้น หรือไม่มีคนอ่านหว่า Y Y

Friday, March 18, 2011

ปัจจัยที่ควรคำนึกก่อนเปิดร้านขายเสื้อผ้า



   "อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า ทำไงดีๆๆๆไม่มีคนสอน ลองมาอ่านที่นี้ก่อนอาจจะช่วยคุณได้ " 

   สำหรับหัวข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงของการเริ่มต้น เพราะจะตอบโจทย์รูปแบบของชีวิตเรามากที่สุด เนื่องจากแต่ละคนก็มีรูปแบบชีวิตที่ต่างกัน แต่ที่เราจะพูดถึงในหัวข้อนี้จะเป็นรูปแบบของคนที่กำลังทำงานอยู่แต่อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้าเป็นหลักแล้วกัน ส่วนคนที่ว่างงานก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกันหรือจะนำไปประยุคเป็นรายได้เสริมก็โอเค


    ต่อกันเลยสำหรับคนที่กำลังทำงานอยู่ เอาคนปกติทั่วไปคงจะเลิกงาน 4-5 โมงสำหรับสำนักงานบางคนบอกว่าเลิกก็เย็นแล้วจะทำอะไรได้กว่าจะตั้งร้านค้าตลาดก็วายหมดแล้ว นี้คืออีกปัจจัยที่เป็นความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อยากให้กำลังใจทุกคนเพราะตัวเราเองทำงานในห้างเวลาเลิกงานเราคือ 1 ทุ่ม เรายังสามารถทำได้ 4-5 โมงเราคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้สำหรับคน อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า อย่าพวกเรา ^ ^ โอเคมาเริ่มกันเลย 

ทำเลร้านที่จะขายสำหรับคนไม่มีรถแต่อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า
ขั้นแรกถ้าเป็นคนกทมอาจจะง่ายหน่อยเพราะเรามี รถไฟฟ้าทำให้การเดินทางจะไวขึ้นสักหน่อย แต่ก็เป็นแค่อีกปัจจัยอย่าได้กังวล ร้านที่จะขายเชื่อว่าแต่ละจังหวัดแต่ละโซนก็จะมีแหล่งตลาดนัดตลาดขายเสื้อผ้าอยู่เกือบทุกที่ แต่คนทำงานอย่างเราๆคงจะยากหน่อยถ้าต้องหอบข้าวของไปตั้งร้านหากใครมีรถก็สบายแบกมาทำงานด้วยแล้วก็ไปตั้งง่ายๆแต่วันนี้จะพูดถึงคนไม่มีรถก่อน สิ่งสำคัญคือเราต้องหาสถานที่ขายของที่ สามารถเก็บสินค้าของเราไว้ที่ร้านได้เลยพร้อมเปิด ขอบอกว่าหายากเหมือนกันแต่หาได้แน่นอน ข้อจำกัดของร้านพวกนี้คือจะมีค่าเช่าที่แพงกว่าปกติไม่เหมือนตั้งตามตลาดนัด แต่ข้อดีก็มีเยอะคือเราไม่ต้องกังวลเรื่องตั้งร้าน และร้านพวกนี้ส่วนใหญ่จะมีหลังคาจะไม่กลัวฝน ร้านพวกนี้จะมียามก็จะปลอดภัยสำหรับสินค้าเรา สำหรับคนในสถานะนี้ให้มองว่า ได้มีร้านเปิดกำไรนิดหน่อยดีกว่าไม่ได้ทำเลยก่อนเพราะ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราโตไปได้คือประสบการณ์พวกนี้ ส่วนสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องฝากของเปิดร้านพวกนี้ก็ผ่านข้อนี้ได้เลย เอ้าว่าแล้วก็ลองไตร่ตรองลองคิดว่าแถวบ้านเรามีร้านรูปแบบนี้มั้ย บางที่อยู่แถบๆข้างๆห้าง บางที่อยู่ตลาดนัดพวกมีหลังคาลองสำรวจดูหน่อยถ้าหาไม่ได้จริงๆยังมีวิธีอื่นอีกเยอะให้คิดกัน ขอให้โชคดีจ้าาาขออย่างเดียวอย่าท้ออย่าหยุดฝัน

สำหรับหัวข้อนี้ขอจบเท่านี้ก่อนแล้วเดี๋ยวมาต่อกับการเริ่มต้นเปิดร้านขายเสื้อผ้าในหัวข้อถัดไป



Tuesday, March 15, 2011

เริ่มต้นกับความ อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า




เลือกทางไหนดี
       สำหรับวันนี้จะเริ่มพูดถึงที่มาของการก้าวมาสู่อาชีพ เปิดร้านขายเสื้อผ้า ก่อนจะมีจุดนี้เราก็มีอาชีพคงจะคล้ายๆกันคนทั่วๆไป พนักงานกินเงินเดือน ตื่นเช้าทำงาน เย็นเลิกงาน ชีวิตวนเวียน เงินเดือนก็น้อยแต่งานกลับมากขึ้นเรื่อยๆ โบนัสกับเขาไม่เคยมี เงินเดือนไม่เคยขึ้น แถมมีข่าวปลดพนักงานให้เสียวไส้อยู่เรื่อยๆ คิดว่าคงมีอีกหลายคนไม่น้อยที่ต้องเจอกับชีวิตเช่นนี้หรืออาจจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำไป หรือบางคนแค่กำลังมองหาอาชีพเสริม เพราะงานประจำก็โอเคเวลาพอมีเหลือแต่ไม่มากไม่รู้จะทำได้หรือไม่  เราต้องขอบอกเลยว่า ร้านเสื้อผ้าร้านแรกที่เราเปิด เราทำไปพร้อมๆกับงานประจำด้วย มาถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มสนใจแล้ว ทำงานไปด้วยเปิดร้านไปด้วยได้ด้วยหรอ คำตอบคือได้! แต่ต้องแสวงหานิดหน่อยเดี๋ยวจะมาขยายความในโพสต่อไป

     

Monday, March 14, 2011

เกริ่นกันก่อน เปิดร้าน เสื้อผ้าขายส่ง และ เสื้อผ้าขายปลีก อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า



ก่อนอื่นคงต้องกล่าวสวัสดีทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน เชื่อว่าหลายท่านที่เข้ามากำลังมองหาช่องทางทำมาหากินกันอยู่ และหนึ่งในอาชีพในฝันของสาวๆ อันดับต้นๆก็คือ อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เริ่มต้นจาก อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอาจจะมีข้อแตกต่างจากผู้อ่านที่แวะเวียนเข้ามาศึกษาเรื่องการเปิดร้านขายเสื้อผ้าก็คือ ตัวผู้เขียนเองได้ทำตามความฝันของตัวเองแล้ว และก็มีความปราถนาที่จะแบ่งปันประสบการณ์จากประสบการณ์จริง บนเส้นทางแห่งความฝันสายนี้ ยังไงก็ขอให้ติดตามอ่านกัน ผู้เขียนจะเล่าประสบการณ์ทุกด้านที่พบเจอ ขอแง้มๆเรื่องที่จะเล่าหน่อยแล้วกัน

- ก่อนจะมาเปิดร้าน
- จะเปิดร้านต้องทำอย่างไรบ้าง
- แหล่งขายเสื้อผ้าที่ไม่ควรพลาด
- ก้าวสู่ผู้ค้าส่ง
- วิธีการขายเสื้อผ้าแบบส่ง วิธีการตัดเย็บเสื้อผ้า ต่างๆ
- วิธีการเปิดร้านขายเสื้อผ้าทางเน็ต อีกช่องทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่มีเวลา
- .... อีกมากมายแล้วติดตามกันได้ทาง Blog xcute-me จ้าาาาาาาาา